เมื่อพูดถึงการตรวจจับโดรน หลายคนมักนึกถึงเรดาร์ที่ค้นหาเป้าหมายบนท้องฟ้า กล้องตรวจการณ์ที่ช่วยยืนยันภาพ หรือระบบตรวจจับคลื่นความถี่วิทยุที่วิเคราะห์การสื่อสารระหว่างโดรนกับผู้ควบคุม แต่ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับรู้ภัยคุกคาม นั่นคือ Acoustic Sensor หรือเซนเซอร์ตรวจจับโดรนด้วยเสียง

ฟังให้เจอก่อนมองเห็น บทบาทของ Acoustic Sensor ในระบบต่อต้านโดรน

เมื่อพูดถึงการตรวจจับโดรน หลายคนมักนึกถึงเรดาร์ที่ค้นหาเป้าหมายบนท้องฟ้า กล้องตรวจการณ์ที่ช่วยยืนยันภาพ หรือระบบตรวจจับคลื่นความถี่วิทยุที่วิเคราะห์การสื่อสารระหว่างโดรนกับผู้ควบคุม แต่ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับรู้ภัยคุกคาม นั่นคือ Acoustic Sensor หรือเซนเซอร์ตรวจจับโดรนด้วยเสียง

เมื่อเสียงใบพัดกลายเป็นสัญญาณเตือนภัย

ระหว่างบิน มอเตอร์และใบพัดของโดรนจะสร้างรูปแบบเสียงที่มีลักษณะเฉพาะ ระบบ Acoustic Sensor ใช้ไมโครโฟนหรือชุดไมโครโฟนแบบ Microphone Array รับสัญญาณดังกล่าว ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อประเมินว่าเป็นเสียงของโดรนหรือเสียงจากสภาพแวดล้อม

เทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณและปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยจำแนกเสียงโดรนออกจากเสียงรบกวน เช่น ยานพาหนะ เครื่องจักร หรือนก ขณะที่การใช้ไมโครโฟนหลายตัวช่วยประเมินทิศทางของแหล่งกำเนิดเสียงได้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าสามารถแปลงข้อมูลเสียงเป็น Spectrogram แล้วใช้โมเดล Convolutional Neural Network หรือ CNN วิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตรวจจับโดรนได้ [1]

จุดแข็งที่ช่วยเติมเต็มระบบตรวจจับ

จุดเด่นของ Acoustic Sensor คือการทำงานแบบ Passive กล่าวคือรับฟังเสียงโดยไม่ต้องส่งสัญญาณตรวจจับออกไป อีกทั้งสามารถช่วยตรวจพบโดรนที่ไม่ได้สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับระบบ RF Detection

ปัจจุบันมีผู้ผลิตที่พัฒนาชุดไมโครโฟนร่วมกับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ การติดตามทิศทาง และการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบควบคุมบังคับบัญชา เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับรู้สถานการณ์รอบพื้นที่ป้องกัน [2]

อย่างไรก็ตาม เซนเซอร์เสียงมีข้อจำกัดด้านระยะตรวจจับ และได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวน ทิศทางลม สภาพอากาศ และลักษณะพื้นที่ ประสิทธิภาพจริงจึงขึ้นอยู่กับรุ่นอุปกรณ์ การติดตั้ง และสภาพแวดล้อม ไม่ควรใช้ตัวเลขระยะตรวจจับเพียงค่าเดียวเป็นข้อสรุปสำหรับทุกสถานการณ์ [3]

ตรวจจับได้แม่นยำขึ้น เมื่อเซนเซอร์ทำงานร่วมกัน

Acoustic Sensor ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่เรดาร์ กล้อง หรือระบบตรวจจับคลื่นวิทยุ แต่ช่วยเพิ่มข้อมูลอีกหนึ่งมิติให้ระบบต่อต้านโดรน โดยเรดาร์ค้นหาเป้าหมายจากระยะไกล กล้องช่วยยืนยันภาพ RF Sensor ตรวจสอบการสื่อสาร และ Acoustic Sensor ช่วยตรวจจับลักษณะเสียงเฉพาะของเป้าหมาย งานวิจัยเกี่ยวกับการผสานเรดาร์และเซนเซอร์เสียงยังสนับสนุนแนวคิดว่า การรวมข้อมูลจากหลายเซนเซอร์ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการตรวจจับและจำแนกโดรนภายใต้สภาพแวดล้อมจริง [4] เพราะในการป้องกันภัยจากโดรน การ “มองเห็น” อาจไม่เพียงพอเสมอไป บางครั้งการ “รับฟัง” อย่างถูกวิธี คือข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ตรวจพบภัยคุกคามได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

Acoustic Sensor ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่เรดาร์ กล้อง หรือระบบตรวจจับคลื่นวิทยุ แต่ช่วยเพิ่มข้อมูลอีกหนึ่งมิติให้ระบบต่อต้านโดรน โดยเรดาร์ค้นหาเป้าหมายจากระยะไกล กล้องช่วยยืนยันภาพ RF Sensor ตรวจสอบการสื่อสาร และ Acoustic Sensor ช่วยตรวจจับลักษณะเสียงเฉพาะของเป้าหมาย

งานวิจัยเกี่ยวกับการผสานเรดาร์และเซนเซอร์เสียงยังสนับสนุนแนวคิดว่า การรวมข้อมูลจากหลายเซนเซอร์ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการตรวจจับและจำแนกโดรนภายใต้สภาพแวดล้อมจริง [4]

เพราะในการป้องกันภัยจากโดรน การ “มองเห็น” อาจไม่เพียงพอเสมอไป บางครั้งการ “รับฟัง” อย่างถูกวิธี คือข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ตรวจพบภัยคุกคามได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

แหล่งอ้างอิง

[1]  Detection of nearby UAVs using a multi-microphone array on board a UAV — International Journal of Micro Air Vehicles
       https://journals.sagepub.com/doi/10.1177/1756829320925748

[2]  Discovair G2+ and Acoustic Drone Detection — Squarehead Technology
       https://www.sqhead.com/defense/

[3]  The Pros and Cons of Using an Acoustic Detection System Against Drones — Robin Radar Systems
       https://www.robinradar.com/blog/acoustic-sensors-drone-detection

[4]  Radar and Acoustic Sensor Fusion for Robust Drone Detection and Classification
       https://arxiv.org/abs/2507.19785