

Securing the Sky in the Digital Era Advanced Anti-Drone Solutions
RF Detection & Identify, RF Jamming และ GPS Spoofing คืออะไร ?
แนวทางการจัดการภัยคุกคามจากโดรน (Drone Threat) ในปัจจุบัน
เมื่อโดรนกลายเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงและธุรกิจ
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดรน หรือ UAV (Unmanned Aerial Vehicle) ได้เปลี่ยนจากเทคโนโลยีเฉพาะทางทหาร กลายเป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์ที่ใครก็สามารถซื้อใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพ งานสำรวจ งานเกษตร มีฟังก์ชันอัตโนมัติขั้นสูง เช่น GPS stabilization, Return-to-Home, Obstacle Avoidance และ Live HD Transmission
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายนี้กลับสร้างความท้าทายใหม่ด้านความปลอดภัย :
- การลักลอบบินเหนือพื้นที่หวงห้าม
- การสอดแนมโรงงาน/โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
- การลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามกำแพงเรือนจำ
- การดัดแปลงโดรนเพื่อก่อวินาศกรรม
- การก่อกวนสนามบิน
เหตุการณ์ใกล้สนามบินใหญ่ทั่วโลก ได้แสดงให้เห็นว่าโดรนเพียงลำเดียวสามารถสร้างผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจและความปลอดภัยได้
ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีด้าน Counter-Drone จึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน โดยการใช้เทคโนโลยี :
- RF Detection & Identify
- RF Jamming
- GPS Spoofing
โดรนทำงานอย่างไร?
ก่อนจะเข้าใจการป้องกัน ต้องเข้าใจกลไกการทำงานของโดรนก่อน
โดรนทำงานอย่างไร?
ระบบการทำงานหลักของโดรน ประกอบด้วย :
- Flight Controller : แผงวงจรหลักที่ทำหน้าที่ประมวลผลและสั่งงานทุกระบบในโดรน
- GPS Module : ทำหน้าที่รับสัญญาณจากดาวเทียมเพื่อตรวจจับตำแหน่ง (Latitude, Longitude) และความสูงโดยประมาณของโดรน
- IMU (Inertial Measurement Unit) : ระบบวัดการเคลื่อนที่และการเอียงตัว
- RF Communication Module : ระบบสื่อสารควบคุมระยะไกล
- Telemetry System : ระบบส่งข้อมูลสถานะการบิน
- Video Transmission System : ระบบส่งภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ (FPV / Live View)
คลื่นความถี่ที่โดรนใช้
โดรนส่วนใหญ่ใช้คลื่นในย่าน:
- 2.4 GHz – 5.8 GHz
- บางรุ่นใช้ 900 MHz
Navigation (GNSS) โดรนใช้ระบบระบุตำแหน่งผ่าน :
- GPS (Global Positioning System) ทำงานที่ย่านประมาณ 1.57542 GHz (L1 band)
- GLONASS (Global Navigation Satellite System)
- Galileo
- BeiDou
การที่โดรนต้องพึ่งพา RF และ GPS ทำให้มันมี “จุดอ่อนทางอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งเป็นช่องให้ระบบป้องกันโดรนหรือ C-UAS เข้าแทรกแซงได้
RF Detection & Identify คืออะไร?

RF Detection คือการตรวจจับคลื่นวิทยุที่ถูกส่งออกมาจากโดรนหรือรีโมทควบคุม
หลักการพื้นฐานคือ: ทุกครั้งที่โดรนบิน มันต้องสื่อสารกับผู้ควบคุมผ่านสัญญาณ RF
ระบบ RF Detection ในการ Anti-Drone จะทำหน้าที่:
- สแกนย่านความถี่
- วิเคราะห์สัญญาณ
- ตรวจจับรูปแบบ modulation
- แยกแยะว่าเป็นโดรนหรืออุปกรณ์อื่น
RF Identify (Drone Fingerprinting)
ระบบขั้นสูงสามารถ:
- ระบุยี่ห้อโดรน
- ระบุรุ่น
- บางระบบระบุ Serial ID ได้
- แยกตำแหน่ง Pilot กับ ตำแหน่งของ Drone ได้
ข้อดีของ RF Detection & Identify
- ตรวจจับได้ก่อนเห็นด้วยตา
- ไม่รบกวนสัญญาณผู้อื่น
- เป็นระบบ Passive (ไม่ปล่อยคลื่นเอง)
RF Jamming คืออะไร?

RF Jamming คือการส่งสัญญาณรบกวนในย่านความถี่เดียวกับที่โดรนใช้งาน เพื่อทำให้ตัวรับสัญญาณ (Receiver) ไม่สามารถแยกแยะสัญญาณจริงออกจากการ Jamming ได้
หลักการพื้นฐานคือ: ถ้าโดรนกำลังฟังเสียงจากรีโมท Jamming คือการเปิดส่งเสียงที่ดังกว่าจนโดรนฟังอะไรไม่รู้เรื่องเพื่อให้โดรนเสียการเชื่อมต่อกับผู้บังคับ
เมื่อโดรนเสียการเชื่อมต่อ:
- บางรุ่นจะ Hover บินร่อน หรือ บินนิ่งอยู่กับที่ ในระดับความสูงเดิมโดยไม่เคลื่อนที่ไปทิศทางอื่น หรือ บินวนอยู่เหนือจุดๆ หนึ่ง
- บางรุ่นจะ Return to Home ระบบโดรนบินกลับจุดเริ่มต้นอัตโนมัติ
- บางรุ่นจะลงจอดโดยทันที
ข้อดีของการ RF Jamming
- หยุดโดรนได้ทันที
- เหมาะกับเหตุการณ์เร่งด่วน
ตัวอย่าง ในสถานการณ์ปัจจุบัน RF Jamming ถูกใช้งานเพื่อ:
- ป้องกันโดรนลาดตระเวน
- หยุดโดรนที่จะเข้ามาโจมตี
- ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น แหล่งพลังงาน
GPS Spoofing คืออะไร?

GPS Spoofing คือการส่งสัญญาณ GPS ปลอมที่แรงกว่าสัญญาณจริงไปหลอกโดรน เพื่อทำให้โดรนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตำแหน่งของตนเอง
ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้:
- โดรนเปลี่ยนเส้นทาง
- โดรนลงจอดผิดที่
- โดรนบินกลับจุดที่ผู้ควบคุมกำหนด

