Anti-Drone / Anti-FPV Solution: เทคโนโลยีป้องกันภัยคุกคามจากโดรนสมัยใหม่ ภัยคุกคามจากโดรนในปัจจุบัน ในปัจจุบัน โดรน โดยเฉพาะ FPV (First Person View) Drone ได้กลายเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ท่าเรือ สนามบิน โรงงาน แท่นน้ำมัน เรือ และพื้นที่ความมั่นคง เนื่องจากโดรนประเภทนี้มีต้นทุนต่ำ เคลื่อนที่เร็ว บินต่ำ และสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ FPV Drone สามารถส่งภาพแบบ Real-time ให้ผู้ควบคุม ทำให้สามารถควบคุมโดรนเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และพุ่งเข้าชนเป้าหมายได้โดยตรง (Kamikaze Drone) ส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ดังนั้นจึงเกิดระบบ Anti-Drone หรือ Counter-UAS (Unmanned Aerial System) เพื่อใช้ตรวจจับ ติดตาม และหยุดยั้งโดรนก่อนถึงเป้าหมาย

Anti-Drone / Anti-FPV Solution: เทคโนโลยีป้องกันภัยคุกคามจากโดรนสมัยใหม่

ภัยคุกคามจากโดรนในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน โดรน โดยเฉพาะ FPV (First Person View) Drone ได้กลายเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ท่าเรือ สนามบิน โรงงาน แท่นน้ำมัน เรือ และพื้นที่ความมั่นคง เนื่องจากโดรนประเภทนี้มีต้นทุนต่ำ เคลื่อนที่เร็ว บินต่ำ และสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

FPV Drone สามารถส่งภาพแบบ Real-time ให้ผู้ควบคุม ทำให้สามารถควบคุมโดรนเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และพุ่งเข้าชนเป้าหมายได้โดยตรง (Kamikaze Drone) ส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป

ดังนั้นจึงเกิดระบบ Anti-Drone หรือ Counter-UAS (Unmanned Aerial System) เพื่อใช้ตรวจจับ ติดตาม และหยุดยั้งโดรนก่อนถึงเป้าหมาย

 

FPV Drone Threat and Attack Tactics

รูปแบบการโจมตีของ FPV Drone

จากข้อมูลรูปแบบการโจมตี FPV Drone สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก:

  1. High Altitude Surveillance & Targeting

โดรนจะบินที่ระดับความสูงประมาณ 300–500 เมตร เพื่อค้นหาเป้าหมาย จากนั้นส่งพิกัดไปยังผู้ควบคุมหรือโดรนโจมตี

  1. Top-Down Dive Attack

โดรนจะบินในระดับสูงเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง จากนั้นพุ่งลงโจมตีเป้าหมายจากด้านบน ซึ่งเป็นมุมที่ระบบป้องกันตรวจจับได้ยาก

  1. Low-Altitude Stealth Approach

โดรนจะบินต่ำใกล้พื้นดิน เพื่อหลบการตรวจจับจาก Radar และเข้าประชิดเป้าหมายก่อนโจมตี

FPV Drone จะพยายามหลบการตรวจจับให้นานที่สุด และจะเร่งความเร็วพุ่งโจมตีเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย

FPV Drone Threat and Attack Tactics รูปแบบการโจมตีของ FPV Drone จากข้อมูลรูปแบบการโจมตี FPV Drone สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก: High Altitude Surveillance & Targeting โดรนจะบินที่ระดับความสูงประมาณ 300–500 เมตร เพื่อค้นหาเป้าหมาย จากนั้นส่งพิกัดไปยังผู้ควบคุมหรือโดรนโจมตี Top-Down Dive Attack โดรนจะบินในระดับสูงเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง จากนั้นพุ่งลงโจมตีเป้าหมายจากด้านบน ซึ่งเป็นมุมที่ระบบป้องกันตรวจจับได้ยาก Low-Altitude Stealth Approach โดรนจะบินต่ำใกล้พื้นดิน เพื่อหลบการตรวจจับจาก Radar และเข้าประชิดเป้าหมายก่อนโจมตี FPV Drone จะพยายามหลบการตรวจจับให้นานที่สุด และจะเร่งความเร็วพุ่งโจมตีเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย

 

FPV Drone Communication System

ระบบ FPV Drone ใช้การสื่อสาร 2 ส่วนหลัก:

  1. Remote Control Signal (สัญญาณควบคุม)

ความถี่ที่ใช้โดยทั่วไป:

  • 433 MHz
  • 868 MHz
  • 915 MHz
  • 2.4 GHz

Protocol ที่ใช้:

  • ELRS (ExpressLRS)
  • TBS Crossfire
  • Modulation: LoRa / FSK

สัญญาณควบคุมเป็นส่วนสำคัญ หากถูกรบกวน (Jamming) โดรนอาจสูญเสียการควบคุม

  1. Video Transmission (สัญญาณภาพ)

โดรน FPV ส่งภาพกลับมาที่ผู้ควบคุมแบบ Real-time โดยใช้ความถี่:

  • Analog Video: 1.2 GHz / 3.3 GHz / 4.9 GHz / 5.8 GHz

Digital Video: 5.8 GHz

FPV Drone Communication System ระบบ FPV Drone ใช้การสื่อสาร 2 ส่วนหลัก: 1. Remote Control Signal (สัญญาณควบคุม) ความถี่ที่ใช้โดยทั่วไป: • 433 MHz • 868 MHz • 915 MHz • 2.4 GHz Protocol ที่ใช้: • ELRS (ExpressLRS) • TBS Crossfire • Modulation: LoRa / FSK สัญญาณควบคุมเป็นส่วนสำคัญ หากถูกรบกวน (Jamming) โดรนอาจสูญเสียการควบคุม 2. Video Transmission (สัญญาณภาพ) โดรน FPV ส่งภาพกลับมาที่ผู้ควบคุมแบบ Real-time โดยใช้ความถี่: • Analog Video: 1.2 GHz / 3.3 GHz / 4.9 GHz / 5.8 GHz • Digital Video: 5.8 GHz

Anti-Drone Defense Concept (Layered Defense)

การป้องกันโดรนที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ระบบหลายชั้น (Layered Defense System) ไม่ใช่อุปกรณ์เพียงตัวเดียว

Distance               System

5–10 km               RF Detection, RF Identification

2–5 km                 EO /IR Camera, Radar Detection, RF Jamming, GNSS Spoofing

≥ 1 km                   Laser / Interceptor Drone

Anti-Drone Defense Concept (Layered Defense) การป้องกันโดรนที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ระบบหลายชั้น (Layered Defense System) ไม่ใช่อุปกรณ์เพียงตัวเดียว

 

Anti-Drone Workflow

ขั้นตอนการทำงานของระบบ Anti-Drone:

Step 1 – Detection & Identification

ตรวจจับโดรนด้วย:

  • RF Detection
  • Radar Detection

ใช้กล้อง:

  • EO Camera
  • Thermal / IR Camera
    เพื่อยืนยันว่าเป็นโดรน

Step 2 – Soft-Kill

ระบบตอบโต้ เช่น:

  • RF Jamming
  • GNSS Spoofingทำให้โดรน:
    • สูญเสียการควบคุม
    • ลงจอด
    • กลับบ้าน

Step 3– Neutralization

ระบบตอบโต้:

  • Interceptor Drone
  • Laser Weapon

Anti-Drone Workflow ขั้นตอนการทำงานของระบบ Anti-Drone: Step 1 – Detection & Identification ตรวจจับโดรนด้วย: • RF Detection • Radar ใช้กล้อง: • EO Camera • Thermal / IR Camera เพื่อยืนยันว่าเป็นโดรน Step 2 – Soft-Kill ระบบตอบโต้ เช่น: • RF Jamming • GNSS Spoofing • Interceptor Drone • Laser Weapon Step 3– Neutralization ทำให้โดรน: • สูญเสียการควบคุม • ลงจอด • กลับบ้าน • หรือถูกทำลาย

Conclusion

ภัยคุกคามจาก FPV Drone กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีความซับซ้อนมากขึ้น การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ระบบหลายชั้น (Layered Defense System) ที่สามารถตรวจจับ ระบุ ติดตาม และหยุดยั้งโดรนได้ก่อนถึงเป้าหมาย

องค์กรที่มีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ท่าเรือ โรงงาน สนามบิน แท่นน้ำมัน และเรือ ควรพิจารณาติดตั้งระบบ Anti-Drone เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ความเสียหาย และการหยุดชะงักของการดำเนินงาน

 

Legal Notice
The Counter-Unmanned Aircraft System (Anti-Drone) is classified as controlled defense equipment under the Arms Control Act B.E. 2530 (1987), Thailand. Certain system components involving radio frequency operations are also subject to regulation under the Radio Communications Act B.E. 2498 (1955), as amended, under the supervision of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC). Procurement, possession, and operation must comply with applicable regulatory approvals issued by competent Thai authorities.